เอปสันประกาศยุทธศาสตร์รุกตลาดปี 68 เสริมแกร่งทุกมิติพร้อมสร้างการเติบโตต่อเนื่อง

20 มีนาคม 2568 – เอปสันเปิดยุทธศาสตร์รุกตลาดปี 68 เน้นทุกจุด บุกทุกตลาด ด้วยการสร้างตลาดใหม่และเพิ่มไลน์สินค้า เพิ่มประสิทธิภาพช่องทางจำหน่ายเพื่อรองรับ B2B และ B2C เสริมแกร่งงานบริการด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์และธุรกิจด้วยคุณค่าด้านความยั่งยืนและ ESG พร้อมตั้งเป้าเติบโตต่อในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 6%  

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินงานในปี 2567 ว่า บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5% สะท้อน ถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างระบบการขายของเอปสันในกลุ่ม B2B ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีการเติบโตมากที่สุด ได้แก่ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กร กลุ่ม WorkForce Enterprise เครื่องพิมพ์ EcoTank เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กลุ่ม T-Series และโปรเจคเตอร์ นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา เอปสันยังสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ EcoTank ที่มีส่วนแบ่ง 43% ในตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ ขณะที่ในตลาดโปรเจคเตอร์ เอปสันยังคงแข็งแกร่งด้วยส่วนแบ่งรวม 52% ส่วนเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ในกลุ่ม Photo Proof ครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งที่ 32% เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายและเครื่องพิมพ์สิ่งทอที่ครองส่วนแบ่งตลาด 30% เท่ากัน” 

“ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ซึ่งมีทั้งสนับสนุนและท้าทายการเติบโตทางธุรกิจของเอปสัน โดยหนึ่งในเทรนด์หลักคือ Digital Transformation ในองค์กรภาครัฐ ที่กระตุ้นความต้องการโซลูชันการพิมพ์และโปรเจคเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่กำลังขยายตัวจะเพิ่มความต้องการโซลูชันการพิมพ์ที่คุ้มค่าและประหยัดต้นทุนมากขึ้น นอกจากนี้ กรอบแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ ESG (Environment, Social, Governance) จะช่วยเร่งให้ธุรกิจในประเทศไทยปรับตัวสู่การพิมพ์อย่างยั่งยืนมากขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน อีคอมเมิร์ซที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดย เฉพาะยอดขายสินค้าไอทีทางออนไลน์ที่เติบโตเร็วกว่าช่องทางออฟไลน์ ต้องเริ่มเผชิญกับต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากแพลทฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ต่างปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตา โดยเฉพาะนโยบาย Trump 2.0 ที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย การลงทุนและการย้ายฐานการผลิตของต่างชาติในประเทศไทย”

“เอปสันได้ตั้งเป้าเติบโตของปี 2568 อยู่ที่ 6% โดยมีกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กรที่คาดว่าจะโดดเด่นที่สุด บริษัทฯ ยังคงขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าด้วยแนวทางในการปรับตัว (Adaptability) และการก้าวนำตลาดอย่างต่อเนื่อง (Stay Ahead) ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) Innovation Offering หรือการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า 2) Agility in Channel หรือการเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย 3) Enhanced Customer Service หรือการยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้า และ 4) Value Creation หรือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้เอปสันสามารถขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์ โปรเจคเตอร์ และโซลูชันทางธุรกิจ” นายยรรยง กล่าว
กลยุทธ์ข้อแรก Innovation Offering บริษัทฯ จะทั้งปกป้องตลาดที่เอปสันเป็นผู้นำอยู่ พร้อมกับมุ่งสร้าง S-Curve ใหม่ของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยมีแนวทางการดำเนินงาน 4 ด้าน (SEED) ได้แก่ Secure คือการรักษาคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ Ensure คือการรักษาระดับราคาทั้งของตัวผลิตภัณฑ์และหมึกพิมพ์ให้สามารถทำตลาดได้ในราคาที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อราคา Expand คือ การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ โอกาสทางธุรกิจ และโซลูชันใหม่ๆ และ Defend คือการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด รับมือกับการแข่งขัน และใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดอย่างมั่นคง

กลยุทธ์ที่สอง Agility in Channel เอปสันจะมุ่งพัฒนาช่องทางการขาย เพื่อรองรับทั้งตลาด B2C และ B2B โดยในส่วนของ B2C จะเน้นที่การทำงานร่วมกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อเจาะตลาดเมืองรอง พร้อมขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซ ผ่านแพลตฟอร์มหลัก และแพลทฟอร์มของพันธมิตร ส่วนตลาด B2B บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการยกระดับความสัมพันธ์กับผู้ค้ารายใหญ่ พร้อมเพิ่มโซลูชันด้าน MPS หรือโซลูชั่นในการจัดการดูแลเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารอย่างครบวงจร และการขายโซลูชันแบบรวมเครื่องพิมพ์หลากรุ่น หรือ Mix Fleet Solution ไปจนถึงการพัฒนาการมีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้ใช้งานในภาคการศึกษา การแพทย์ การผลิต และหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ เอปสันยังให้ความสำคัญกับการนำเสนอคุณค่าแก่ลูกค้า (Value Proposition) ในด้านความคุ้มค่า คุณภาพ ความทนทาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ผ่านการทำการตลาดคอนเทนท์และกับ KOL

สำหรับกลยุทธ์ที่สาม Enhanced Customer Service ประกอบด้วยกลไกสำคัญ 4 ด้าน โดยเริ่มจากการพัฒนาศักยภาพการให้บริการด้วยระบบสนับสนุนที่ทันสมัย ผ่าน 4 นวัตกรรม ได้แก่ New Integrated System ที่ช่วยติดตามและตรวจสอบการทำงานของทีมขายและฝ่ายบริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ภายใต้ระบบเดียว ระบบ Live Video Support and Remote Diagnostics หรือการให้บริการสนับสนุนและตรวจสอบปัญหาจากระยะไกลผ่านวิดีโอแบบเรียลไทม์ ระบบ AI-driven Chatbots ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อการบริการอัตโนมัติแบบ 24 ชั่วโมง และหลักสูตรอบรม Customizable Training Course ที่ออกแบบให้เหมาะกับลูกค้ากลุ่มเล็กที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน และเน้นการฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานและความมั่นใจให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ เอปสันยังเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายศูนย์บริการด้วยการให้บริการแบบ On-site Service ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตจากเอปสันทั้งสิ้น 174 แห่งในทุกภูมิภาค พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการและการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า อีกทั้งบริษัทฯ ยังเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว ผ่านโปรแกรม Coverplus Sales ที่นำเสนอประกันเพื่อขยายเวลาของตัวเครื่อง (Extended Main Unit Warranty) ซึ่งลูกค้าสามารถซื้อได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งที่มาพร้อมกับตัวผลิตภัณฑ์ หรือซื้อผ่านพาร์เนอร์ที่เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากเอปสัน หรือ ASP และผ่านเว็บไซต์ของเอปสัน รวมทั้งยังจะขยายระยะเวลาการจัดหาอะไหล่ให้กับลูกค้า B2B จากเดิม 5 ปี เป็น 7 ปี เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ แม้สินค้าจะสิ้นสุดระยะเวลาการรับประกันแล้ว (O/W Repair)  

สำหรับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2568 กลยุทธ์สุดท้าย คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ หรือ Value Creation ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้าน ESG (Environment, Social, Governance) และความยั่งยืน เอปสันจะมุ่งสร้างมูลค่าที่ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับแบรนด์และธุรกิจ แต่ยังช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจในการเข้าสู่ตลาดใหม่ที่ต้องการนวัตกรรมที่ได้มาตรฐานด้าน ESG ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีส่วนทำให้ผู้บริโภคได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยโลก อีกทั้งยังสร้างโอกาสในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและสังคมไทย โดยบริษัทฯ จะยังคงเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หัวพิมพ์เทคโนโลยี Heat-Free เครื่องพิมพ์ EcoTank นวัตกรรมการรีไซเคิลกระดาษ และเลเซอร์ โปรเจคเตอร์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ใช้วัสดุสิ้นเปลืองน้อยกว่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทฯ จะมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและสื่อสารคุณค่าของความยั่งยืน พร้อมส่งเสริมแนวทางการอนุรักษ์พลังงานและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านโครงการ EcoWaste การใช้วัสดุรีไซเคิล และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือผ่านการจับมือกับ WWF เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนางสาวปวีณา ศรีตระกูล หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ว่า ในปี 2568 เอปสันมีแผนที่จะทำการตลาดอย่างเข้มข้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เริ่มจากกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์ ที่บริษัทฯ ตั้งเป้าจะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งไม่น้อยกว่า 45% ผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ รักษาฐานตลาดกลุ่มเครื่องรุ่น Entry ควบคู่กับการเร่งขยายตลาด Mid-High ด้วยเครื่องพิมพ์ EcoTank รุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาสสอง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานระดับมืออาชีพได้ลงตัวยิ่งขึ้น และการสร้างแคมเปญ  “From Imagination to Reality” เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพที่ได้รับจากแบรนด์เอปสัน โดยจะใช้กับการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์ม Facebook TikTok และ YouTube 

นอกจากนี้ เอปสัน ประเทศไทย ยังจะเดินหน้าผลักดันเครื่องพิมพ์ EcoTank ทั้งสีและขาวดำ เข้าสู่ตลาดที่เคยเป็นพื้นที่ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ผ่านการให้ความรู้อย่างต่อเนื่องถึงความคุ้มค่าที่เหนือกว่า ความประหยัด และความยั่งยืน พร้อมกับเพิ่มการมองเห็นแบรนด์และสินค้าผ่านจุดแสดงและทดสอบการพิมพ์ เพื่อให้ลูกค้าได้ประทับใจกับคุณภาพสีที่ดีเยี่ยม การนำเสนอสินค้าหลากหลายรุ่นผ่านร้านค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ และการเข้าร่วมงาน Tech Expo และ Trade Show เพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็นและการขายสินค้า บริษัทฯ ยังได้ริเริ่มแคมเปญ “Go Live Genuine Hologram” ส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้หมึกแท้ของเอปสันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาประสิทธิภาพ และอายุการทำงานของเครื่องพิมพ์เอปสัน โดยจะมีการเปิดตัวโฮโลแกรมรุ่นใหม่ทั่วภูมิภาคในไตรมาสสอง สำหรับยืนยันความเป็นของแท้ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถแยกผลิตภัณฑ์แท้จากของปลอมได้ง่ายขึ้น 

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กร บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าการเติบโตในกลุ่มธุรกิจ B2B ไว้ที่ 20%  ผ่านการผลักดันใน 3 ด้าน ประกอบด้วยการเร่งขยายพันธมิตรทางธุรกิจอย่างจริงจัง โปรแกรม E2E (End-to-End) ที่เน้นการดูแลลูกค้าเก่า ด้วยการตรวจเช็กฟรี เสนอโปรแกรมอัปเกรดหรือเทรดอิน และการสมัครสมาชิก เพื่อเพิ่มประสบ การณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และการนำเสนอโซลูชั่นที่ผสมผสานเครื่องพิมพ์เอปสันที่แตกต่างกัน (Mixed Fleet) เพื่อช่วยลดต้นทุนโดยรวม เสริมประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน และส่งเสริมความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ ในส่วนเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เอปสันวางพันธกิจในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digitalization) ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ ด้วยเทคโนโลยีอิงค์เจ็ท ที่เน้นคุณภาพ ประสิทธิภาพ และการใช้งานที่ง่ายขึ้น พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยขับเคลื่อนกลยุทธ์ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การเร่งขยายการเติบโตในกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา การพัฒนาและขยายโซลูชันสินค้าให้ครอบคลุมทุกความต้องการ และการสร้างนวัตกรรมใหม่ในธุรกิจการพิมพ์ผ้า พร้อมด้วยกลยุทธ์ SEED

สำหรับกลุ่มโปรเจคเตอร์ เอปสันตั้งเป้าที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดการศึกษา ด้วยการเสริมสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในแบรนด์ผ่านช่องทางการจัดจำหน่าย ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดอบรม สัมมนา และเวิร์กช็อป พร้อมเปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ในกลุ่มสมาร์ทซีรีส์และเครื่องระดับกลาง ทั้งยังจะไฮไลท์จุดเด่นของโปรเจคเตอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานด้านการศึกษามากกว่าจอแสดงผลทั้งแบบธรรมดาและอินเตอร์แอคทีฟ (Flat/Interactive Flat Panel Display) พร้อมจัดแสดงโซลูชันการประชุมแบบไฮบริด และสุดท้ายคือการโฟกัสกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการพิเศษ โดยจะร่วมกับพาร์ทเนอร์ในการพัฒนาโซลูชันที่ครบวงจรเพื่อนำเสนอ พร้อมเจาะตลาดองค์กรและโรงเรียนเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น

เอปสัน ประเทศไทย ยังตั้งเป้าที่จะขยายตลาดโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงในกลุ่มลูกค้าองค์กร โดยมีเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 43% เป็น 50% ภายในปีนี้ โดยจะมีการเปิดตัวแพ็คเกจเช่าโปรเจคเตอร์ความสว่างสูง เพื่อรองรับความต้องการของตลาด การนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบจุดเด่นของโปรเจคเตอร์กับจอแอลอีดีผ่านการอบรม เวิร์กช็อป และโซเชียลมีเดีย รวมถึงการสื่อสารผ่านแคมเปญ “See Ultra” เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจและเห็นภาพความแตกต่างระหว่างสองเทคโนโลยีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังจะดำเนินการต่อเนื่องในการเสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ต่อสาธารณะ ผ่านกิจกรรม Mapping ในอีเวนท์ที่สาธารณะ เพื่อเพิ่มการรับรู้และตอกย้ำความเชื่อมั่นในแบรนด์

ในส่วนโฮมโปรเจคเตอร์ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดภายใน 2 ปี ผ่านแคมเปญสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ “See Ultra – Go beyond the TV” ร่วมกับ KOL และการนำเสนอจุดแข็งของโปรเจคเตอร์ เช่น ความสว่างและความคมชัดระดับ Real 4K ผ่านทั้งแคมเปญการตลาดดิจิทัลและทัชพอยต์ออฟไลน์ ทั้งยังร่วมมือกับคู่ค้าในการจัดตั้งบูธแสดงประสิทธิภาพการฉายภาพของเลเซอร์โฮมโปรเจคเตอร์ และปรับปรุงสื่อส่งเสริมการขาย ณ จุดขายภายในร้านค้าปลีก เพื่อยกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อที่น่าประทับใจสำหรับผู้บริโภค

นอกจากนี้ เอปสันยังเตรียมเปิดตัวโปรเจคเตอร์สำหรับใช้ร่วมกับเครื่อง Golf Simulation โดยร่วมมือกับ 3 ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์กอล์ฟซิมูเลชันชั้นนำ พร้อมจับมือกับพันธมิตรกอล์ฟในการส่งเสริมการขาย และขยายความร่วมมือกับซอฟต์แวร์กอล์ฟ สนามกอล์ฟ โรงเรียนกอล์ฟ และสถาบันกอล์ฟ ผ่านกิจกรรมร่วมต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครบถ้วน ทั้งยังวางแผนเพิ่มการรับรู้ ด้วยการจัดแสดงสินค้าในงานนิทรรศการและอีเวนท์กอล์ฟ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และการรับรู้ของโปรเจคเตอร์เอปสันในกลุ่มตลาดนี้ “การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดปัจจุบันทำให้เอปสัน ประเทศไทยต้องปรับกลยุทธ์อยู่เสมอ โดยที่ยังคงเป้าหมายทั้งในการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดที่เป็นอยู่ และสร้างตลาดใหม่ๆ เพื่อโอกาสทางธุรกิจ เอปสันเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน และพยายามสื่อสารถึงคุณค่าในด้านนี้ผ่านผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจไปสู่คู่ค้าและสังคมไทยมาโดยตลอด ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุมรอบด้าน และคุณค่าด้านความยั่งยืนที่เอปสันยึดมั่นนี้จะไม่เพียงช่วยสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์เอปสันในระยะยาว พร้อมกับสร้างการเปลี่ยนแปลงในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อความคุ้มค่าในการลงทุน คุณภาพชีวิตในที่ทำงานและที่บ้านที่ดีขึ้นของคนไทย” นายยรรยง กล่าวสรุป

26 มีนาคม 2568


บริษัท มีเดีย เน็ทเวิร์ค จำกัด
138, 140 ซอยอนามัย ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
MEDIA NETWORK Co.,Ltd
138, 140 Soi Anamai Srinakarin Road Suanluang Suanluang Bangkok 10250
Tel. 02 721 4417 Fax. 02 721 5516
E-mail : phototechthailand@gmail.com


ติดต่อโฆษณาหรือข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02 721 4417 , 097 921 2929 คุณขวัญ

แฟนเพจ Phototech Magazine


ออกแบบโดย touronthai